ll What's in Interview ll
posted on 27 Sep 2009 21:34 by always-there[Trans] What's in Interview
What’s in Interview
เพ
ลงดูเอ็ทที่คุณสองคุณร้องด้วยกันเมื่อเดือนกรกฏาคมที่โตเกียวโดม Colors
Melody & Harmony กำลังจะวางขายในวันที่ 20 กันยายนนี้ใช่มั้ย?
แจจุง “เราร้องเพลงนี้ที่โตเกียวโดม ผมกังวลมากขนาดที่ในหัวผมขาวโพลนไปเลย (หัวเราะ)
ยูชอน “ผมไม่ตื่นเต้นขนาดนั้นนะ แต่มันอาจจะเป็นเพราะว่าการที่ต้องเล่นเปียโนในเพลงบีกินมันทำให้เครียดมากกว่าก็ได้ (หัวเราะแห้ง)
แล้วคุณเริ่มเขียนเพลงนี้เมื่อไร? แล้วทำไมคุณถึงคิดที่จะทำเพลงนี้?
ยูชอน “ตอนแรกก็มีการพูดคุยที่ว่า พวกเราสามารถมีการแสดงโซโล่ของพวกเราได้ แต่กลายเป็นว่าผมกับพี่แจจุงทำเพลงด้วยกัน(หัวเราะ)”
แจจุง “อะไร? จริงอ่ะ? พี่ตัดสินใจช่วยนายเพราะว่านายไม่รู้ว่าจะร้องเพลงโซโล่อะไรดีต่างหาก(หัวเราะ)”
ยูชอน “ผมคิดว่าผมเป็นคนช่วยพี่นะ!(หัวเราะ)”
ฉันชักสงสัยแล้วสิว่าอันไหนเรื่องจริง (หัวเราะ)
แจจุง “แต่พวกเราแต่งเพลงนี้ด้วยกันจริงๆครับ (หัวเราะ)”
(หัวเราะ) แล้วคุณเขียนกันยังไงคะ?
ยู
ชอน “ผมพยายามแต่งเพลงอยู่ฮะ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก
แล้วตอนที่ผมกำลังนั่งถอนหายใจอยู่ ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า เออ
เนี่ยพี่แจจุงเคยเรียบเรียงเพลงไว้เพลงนึงนี่นา
แล้วเพลงนั้นมันก็ดีมากด้วย ผมก็เลยถามพี่แจจุงว่า
“พี่แจจุงอยากทำเพลงกับผมมั้ย?”
แจจุง “ละเอียดกว่านั้นก็คือ
ยูชอนเดินมาหาผมแล้วก็ถามว่า “เพลงที่พี่เขียนน่ะ มันดีมากเลยนะ
ร้องเพลงนั้นกันมั้ย?” ผมก็เลยต้องตอบว่า “โอเค~” (ประมาณว่าไม่มีทางเลือก)
ยูชอน “ผมดีใจนะฮะที่พี่ไม่ได้ตอบว่า “พี่ไม่อยากร้อง””
แจจุง “พี่ไม่พูดแบบนั้นหรอกน่า!(หัวเราะ)”
ยูชอน “พี่แจจุงใจดีฮะ ~”
พวกคุณสองคนเคยแต่งเพลงด้วยกันมาก่อนแล้ว ครั้งนี้ก็คงไม่ยากเท่าไรใช่มั้ยที่จะทำเพลงร่วมกันอีกครั้ง?
ยูชอน “ใช่ฮะ ถ้านี่เป็นครั้งแรกของพวกเรา มันคงใช้เวลามากกว่านี้เยอะ”
คุณบอกว่าแจจุงเรียบเรียงเพลงนี้ไว้ก่อนแล้ว แล้วเขาทำไว้ประมาณไหน?
แจ
จุง “ผมเรียบเรียงไว้ แต่มันยังไม่มีดนตรีครับ
แล้วพอเราตัดสินใจว่าจะร้องเพลงด้วยกันที่โตเกียวโดมนะ
ผมก็อยากจะทำเพลงที่มันจำง่ายๆ แบบที่ทุกคนสามารถร้องตามไปด้วยได้”
ยูชอน “เราเขียนเพลงเสร็จในเวลาอันรวดเร็วมาก รู้สึกจะแค่อาทิตย์เดียวเองนะ”
แจจุง “ครับ นอกจากนั้นแล้วนะ เราใช้เวลาแค่วันละ 2ชม.เท่านั้น”
ยูชอน “เพราะพวกเราอยู่ระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตฮะ”
แจจุง “ยูชอนกับผมมีประชุมลับกันทุกคืนที่โรงแรม (หัวเราะ)”
ยู
ชอน “เราคุยกันประมาณว่า “ผมว่าน่าจะเอาเพลงป๊อปนะ” แล้วก็อะไรอีกนะ
“พี่ว่าน่าจะทำแบบJ-Pop”
แล้วเราก็ตกลงกันว่าเราควรทำอะไรที่มันพิเศษแบบที่มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่
จะทำได้ เราก็เลยคุยกันว่าเราอยากทำอะไร แล้วก็เอาไอเดียของเรามารวมกัน”
แจ
จุง “ที่ห้องโรงแรม ผมกับยูชอนนอนบนพื้นข้างเตียง
แล้วก็มีคอมพิวเตอร์เล่นเพลงที่เราแต่งไปด้วย แล้วผมก็ “โอเค
ร้องพร้อมกันนะ!” แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่าผมร้องอยู่คนเดียว (หัวเราะ)
แล้วยูชอนก็จะคอยร้องคลอไปกับผมแค่บางท่อน
คือมันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญนะ แต่ผมว่ามันออกมาดีมาก
ดังนั้นท่อนแรกของเพลงเราก็เลยเป็นแบบนั้น(แบบที่น้องคอรัสให้พี่แจ)”
ยูชอนคะ มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญจริงเหรอ?
ยูชอน “อืม...ผมไม่รู้ฮะ ผมจำไม่ค่อยได้ (ยิ้มเจ้าเล่ห์)”
แจจุง “ตอนต้นของเพลงน่ะเนื้อเพลงอัดกันมากครับ แต่ว่าเราอยากให้ทุกคนร้องไปด้วยได้ เราก็เลยแบ่งเป็นคำๆเลย”
แล้วท่อนแรพเนี่ยเป็นไอเดียของยูชอนใช่มั้ย?
ยูชอน “ก็ผมทำอะไรไม่ได้นี่ฮะ (หัวเราะ) ล้อเล่นนะฮะ(หัวเราะ)”
แจจุง “แต่พี่คิดว่านายแรพได้อัจฉริยะมาก”
ยูชอน “จริงอ่ะ???”
แจจุง “จริงๆ”
ยูชอน “โห จริงเหรอเนี่ย? (หัวเราะ)”
เวลาได้ฟังคุณสองคนโต้ตอบกันเองแล้วมันทำให้ฉันหัวเราะทุกทีเลย
แจจุง “คือตามจริงแล้ว ผมนี่ล่ะครับที่บอกว่าเราควรมีท่อนแรพ ผมก็อ้อนยูชอนประมาณว่า “ยูชอน น่า เอาท่อนแรพใส่เถอะนะ นะ นะ นะ”
ยูชอน “มันเป็นไปไม่ได้เลยฮะที่จะปฏิเสธ (หัวเราะ)”
การแรพของยูชอน อืม...ฉันคิดว่ามันอ่อนโยนมากเลยนะคะ
แจจุง “ใช่ ผมก็คิดแบบนั้นล่ะ มันเป็นแรพแบบที่มีแค่ยูชอนเท่านั้นที่ร้องได้ มันเป็นสไตล์ของยูชอน”
ยูชอน “ขอบคุณฮะ (หัวเราะอย่างมีความสุข)
คุณรู้สึกยังไงหลังจากร้องเพลงนี้ด้วยกันแล้ว?
ยู
ชอน “ผมว่าในโทโฮชินกิเนี่ย เสียงของเราสองคนถือว่าแตกต่างกันที่สุดแล้วฮะ
เพราะงั้นผมก็เลยกังวลเหมือนกันว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหนนะ?
แต่ว่าพอเราร้องเพลงด้วยกันแล้วผมก็รู้สึกเซอร์ไพรส์ว่า โอ้
เสียงเรานี่เข้ากันได้ดีมากกว่าที่คิดไว้อีกนะ แล้วก็บรรยากาศก็เหมือนกัน
มันถือว่าเป็นการค้นพบของผมเลยล่ะฮะ”
แจจุง
“ผมคิดว่าเสียงของเราใกล้กันมากเลยนะ
คือตอนที่ร้องเพลงกับโทโฮชินกิเนี่ยผมคิดว่าเสียงของผมกับยูชอนน่ะคนละสไตล์
เลย แล้วก็คิดว่าเสียงของยูชอนใกล้กับเสียงของชางมินนะ
แต่ว่าพอเราเริ่มได้ร้องเพลงด้วยกันสองคน มันทำให้ผมคิดว่า
“โอ้...จริงๆแล้วเราสองคนเนี่ยเสียงเข้ากันมากเลยนะ”
และยิ่งพอผมได้ร้องเพลงกับเขามันทำให้ผมค้นพบโทนเสียงแบบใหม่ของผมครับ”
ยูชอน “ผมก็คิดแบบนั้นนะประมาณว่า “เสียงผมเป็นแบบนี้เหรอเนี่ย”
สำหรับ
เนื้อร้อง คุณH.U.B เป็นคนเขียน เขาเขียนเพลงให้กับโทโฮชินกิมาก่อนแล้ว
แล้วคุณได้รีเควสท์คุณH.U.Bมั้ยว่าคุณอยากได้เนื้อเพลงแบบไหน?
หรือว่าอิมเมจประมาณไหน?
แจจุง “ยูชอนเป็นตัวแทนของเราครับ”
ยู
ชอน “เรามีกันแค่สองคน คำว่าเป็นตัวแทนมันแปลกๆนะฮะ (หัวเราะแห้ง)
คือผมอยากได้เนื้อเพลงที่สื่อถึง “รักแท้”
อืม...ไม่ใช่แค่ความรักของคู่รักเท่านั้น ผมไม่ได้กังวลเลยฮะ
เพราะว่าผมเชื่อว่าคุณ H.U.B
เนี่ยต้องเปลี่ยนคำพูดของพวกเราให้เป็นถ้อยคำที่สวยงามได้แน่ๆ
แจจุง “โลกของเพลงของคุณH.U.Bนั้นกว้างมากครับ มันทำให้หัวใจของเรารู้สึกอบอุ่นได้เสมอ”
ในเพลงคุณชอบท่อนไหนที่สุด?
ยู
ชอน “ –ถึงแม้จะแค่วินาทีเดียว ที่โลกทั้งใบจะหยุดร้องไห้
และทุกคนจะแย้มยิ้ม- เนื้อตรงนั้นประทับใจผมมากฮะ ทุกครั้งที่ร้องเพลงนี้
ผมจะรู้สึกดีมากฮะเวลาร้องท่อนสุดท้ายที่ว่า “Like a melody ~ (and
harmony in love)”
แจจุง “ของผมชอบท่อนที่ร้องว่า “My music is my life~” คือผมคิดว่าความรู้สึกของผมมันถูกใส่ลงไปในเนื้อเพลงท่อนนั้นด้วย"
ยู
ชอน “ “Doushite Bokuno Kimochi ga waktte shimattandarou?”
(ทำไมพี่ถึงรู้ความรู้สึกของผมได้ล่ะเนี่ย-ประมาณว่าคิดเหมือนกัน)
(ร้องเป็นเพลงDoushite Kimiwo sukini natte shimattandarou?)”
พวกคุณแต่งเพลงกันยังไงคะ?
แจ
จุง “มันแล้วแต่ช่วงเวลาครับ พวกเรามีอุปกรณ์แต่งเพลงที่บ้านของพวกเรา
เพราะแบบนั้นพวกเราจะแต่งเพลงได้ แต่สำหรับเพลงง่ายๆ
บางทีพวกเราก็ทั้งร้องทั้งเรียบเรียงไปในเวลาเดียวกัน
หรือถ้าแบบมีดนตรีดีๆแว้บเข้ามาในหัว เราก็จะรีบจดเอาไว้
หรือบางทีก็อัดเอาไว้ ยูชอนเล่นเปียโนครับเวลาเขาแต่งเพลง
แล้วสมาชิกในวงก็จะไปยืนล้อมเขาแล้วก็ร้องเพลงด้วยกัน”
ยูชอน “ผมชอบแต่งเพลงโดยใช้เปียโนน่ะฮะ เพราะงั้นเพลงของผมก็เลยมีแต่พวกบัลลาดกับเพลงจังหวะกลางๆ”
แล้วจนถึงตอนนี้พวกคุณเขียนเพลงมากันกี่เพลงแล้ว?
แจจุง “ถ้ารวมเพลงที่ไม่ได้ออกจำหน่ายด้วยเนี่ย ผมคิดว่าผมแต่งเพลงได้น้อยกว่ายูชอนนิดหน่อยนะ คิดว่างั้น”
ยูชอน “ไม่ ผมไม่คิดงั้นอ่ะ ผมคิดว่าพี่แต่งได้มากกว่าผมนะ”
แจจุง “ไม่ไง ยูชอนเวลานายแต่งได้ 10เพลง พี่จะแต่งได้แค่ 6เพลงทุกที”
ยูชอน “เดี๋ยวผมจะลองกลับไปนับดู (หัวเราะ)”
คุณจะรู้สึกอยากแต่งเพลงในเวลาแบบไหน?
แจ
จุง “เวลาอยากจะแต่งครับ คือถ้าอยากจะแต่งเพลง ถึงไม่มีเวลาผมก็จะแต่งครับ
คือผมว่าการที่จะบอกว่าไม่มีเวลาหรือว่ายุ่งเนี่ย
มันเป็นแค่ข้อแก้ตัวจริงๆ เพราะงั้นต่อให้เที่ยงคืน
ผมก็จะเขียนเพลงถ้าผมอยู่ในอารมณ์ที่อยากจะเขียน
แต่ถ้าผมไม่มีอารมณ์จะเขียน ผมก็ไม่เขียนต่อให้มีเวลาเหลือเฟือก็เถอะ
คุณจะไม่มีวันแต่งเพลงที่ดีออกมาได้เลย ถ้าคุณไม่มีอารมณ์จะทำมันจริงๆ”
ยู
ชอน “ผมไม่ได้เริ่มเขียนเพลงเพราะอยากเขียนนะ
คือบางทีผมก็แค่เล่นเปียโนน่ะฮะ แล้วมันก็นะ
อารมณ์อยากเขียนเพลงมันก็จะมาเอง ผมก็จะเขียนเพลง”
แจจุง
“ผมกับยูชอนเนี่ยใช้โปรแกรมเดียวกันครับเวลาจะทำเพลง
แต่ว่าไม่รู้ทำไมเวลาที่ยูชอนเริ่มจะเรียบเรียงเพลงทีไร
ผมจะรู้สึกอยากจะเข้าไปกวนเขาจริงๆ”
คุณอยากจะเข้าไปกวนยูชอนเหรอคะ?
ยู
ชอน “อืม มันไม่ใช่การรบกวนหรอกฮะ คือจริงๆแล้ว (หัวเราะแห้ง)
เวลาผมเรียบเรียงเพลงเนี่ย ถึงจะใช้โปรแกรมเดียวกัน
แต่พี่แจจุงทำได้ดีกว่าเสมอเลยฮะ ใช่มั้ยพี่?”
แจจุง “ไม่ใช่หรอก ผมแค่อยากกวนประสาทเค้าแค่นั้นเอง(หัวเราะ)”
ยู
ชอน “(หัวเราะก๊าก) พี่แจจุงชอบบอกว่าเขามากวนผมฮะ
แต่ว่าเขามักจะเสนอไอเดียแบบที่ผมคิดไม่ออกมาให้เสมอเลยฮะ
แล้วมันก็ทำให้เพลงของผมดีขึ้นเยอะแยะเลย ดังนั้นมันก็เลยน่าสนใจออกนะฮะ
ที่เราใช้โปรแกรมเดียวกัน แต่ว่าเราเขียนเพลงได้คนละสไตล์”
แจจุง
“พวกเราชอบจังหวะคนละแบบครับ
ดังนั้นเวลาที่ผมอยากจะให้จังหวะที่ผมชอบไปอยู่ในเพลงของยูชอน
ผมก็แอบใส่มันในเพลงที่เขาแต่งไว้โดยไม่ขออนุญาติ (หัวเราะ)
แต่ยูชอนก็ชอบแทรกเข้ามาตอนที่ผมเขียนเพลงเหมือนกันครับ
งั้นเราก็เสมอกันสินะ? แต่ผมคิดว่าผมควรจะเริ่มด้วยตัวเองก่อน”
ยูชอน “ผมก็คิดงั้นนะ คือถ้าเราเริ่มแต่งเพลงด้วยกันตั้งแต่แรกเลยเนี่ย มันจะแบบไปทางนั้นทีทางนี้ที แล้วมันจะยากมากฮะที่จะสรุปมัน”
แจ
จุง “ใช่ เราอาจจะขัดแย้งกันเอง
ผมได้ค้นพบว่าการเปลี่ยนอะไรนิดๆหน่อยๆตอนที่เราเรียบเรียงเพลงเนี่ย
มันทำให้ทั้งเพลงเปลี่ยนได้เลยนะ ผมคิดว่าการเรียบเรียงเพลงสำคัญมาก”
ยูชอน “แล้วการเรียบเรียงเพลงน่ะยากมาก!! แต่ว่าเวลาที่ผมเขียนเพลงเสร็จได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ผมก็จะมีความสุขมากเลยฮะ!!”
แล้วเพลงShelter ล่ะคะ?
แจ
จุง “เพลงนี้เราทำในเกาหลี มันกลายเพลงที่ผมกับจุนซูแต่งด้วยกัน
ทำไมต้องเป็นจุนซูน่ะเหรอ? เพราะจู่ๆจุนซูก็บุกรุกมาในห้องของพวกเราน่ะสิ!”
บุกรุก??
แจ
จุง “คือตอนที่ผมทำเดโม่เพลงนี้อยู่ จุนซูก็โผล่เข้ามาแบบกระทันหันแล้วก็
“พี่ผมว่าเพลงท่อนนี้อ่ะ น่าจะเป็นแบบนี้มากกว่านะ” แล้วก็เริ่มร้องเพลง
แล้วก็อัดดนตรีเลย ในขณะที่ผมกำลังแบบ “เฮ้ย! อะไร? นี่มันอะไรเนี่ย??”
จุนซูก็หายไปจากห้องแล้ว (หัวเราะ) หลังจากนั้นผมก็ลองมาฟังที่จุนซูทำไว้
ผมคิดว่าฟังดูเยี่ยมมาก เพราะงั้นคนแต่งทำนองก็เลยกลายเป็นจุนซูและแจจุง
ฮ่าฮ่าฮ่า จุนซูที่บุกเข้ามาโดยพละการเป็นฝ่ายชนะ
แจ
จุง “ใช่เลยครับ (หัวเราะแห้ง) แล้วตอนเราสองคนอัดเพลงนี้ในญี่ปุ่น
จุนซูก็กลับไปเกาหลีแล้ว เพราะงั้นพวกเราก็เลยไม่ได้คุยกับเขาเลยตอนอัด
ประมาณ โอ้ นี่จุนซูกลับเกาหลีไปแล้วจริงๆเหรอเนี่ย? (หัวเราะ)"
เหมือนกับว่าจุนซูอยู่ที่นั่นเลย?
ยูชอน “ใช่ฮะ ~”
แจ
จุง “และที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อเพลงเขียนโดยคุณ H.U.B และยูชอน!!!
มันมีท่อนแรพเยอะมากครับในเพลงนี้ และท่อนแรพทุกท่อนเขียนโดยยูชอน!!”
ยู
ชอน “ก่อนจะอัดเพลง พี่แจจุงบอกผมว่า “ในเพลงน่ะมีแรพนิดหน่อย”
แต่พอผมไปถึงสตูดิโอมันกลายเป็นว่า “ไม่นะ ครึ่งนึงของเพลงเป็นท่อนแรพ”
มันทำให้ผมปวดหัวเลยฮะ (หัวเราะ)”
แจจุง “พี่ไม่ได้โกหกซะหน่อย ก็ในส่วนดนตรีท่อน D ของเพลงน่ะ มันก็แค่คล้ายๆท่อนแรพ แต่มันก็ไม่ใช่แรพใช่มั้ยล่ะ?”
ยูชอน “ไม่ใช่เลย!! ท่อน Dก็แรพ!!”
(หัวเราะ) เพลงShelter นี่แตกต่างจาก Colors มากเลยสินะคะ?
แจจุง “มันเป็นเพลงแบบเต้นได้ครับ แล้วก็ผสมR&Bด้วย ท่อนแรพของยูชอนเยี่ยมมากจริงๆครับ มันเป็นเพลงที่เจ๋งจริงๆ”
เพลงแบบไหนที่คุณสองคนอยากจะแต่งร่วมกันในอนาคต?
ยู
ชอน “คือที่เกาหลี ตอนที่ผมแต่งเพลงอยู่ที่บ้าน
แล้วตอนนั้นพี่แจจุงก็มาเที่ยวเล่นพอดี
ผมก็เลยเอาเพลงที่ผมแต่งให้พี่เขาฟัง มันเป็นเพลงร็อคเบาๆน่ะฮะ
ผมอยากจะแต่งเพลงแบบนั้นกับพี่แจจุงฮะ”
แจจุง “ผมอยากแต่งเพลงแนวเดียวกับShelter อีก แน่นอนว่าต้องมีท่อนแรพของยูชอน”
ส่องและแปลจากภาษาญี่ปุ่น Misaki @ SoulMYC.co.nr
#1 By Mylove (114.128.113.56) on 2009-10-12 11:51